แนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสิทธิและปกป้องคุ้มครองเด็กตามแนวทางอิสลามฯ

ปกแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสิทธิและปกป้องคุ้มครองเด็กตามแนวทางอิสลาม

สำนักจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเทศไทย ร่วมกันจัดทำเอกสารคู่มือฉบับนี้ขึ้น เพื่อบูรณาการหลักการสิทธิเด็กสากลเข้ากับหลักศาสนาอิสลามอย่างสอดคล้องกับบริบทสังคมไทย

สาระสำคัญภายในเล่ม:

  • หลักคิดสิทธิเด็กในอิสลาม: นิยามเด็กในฐานะ "อะมานะฮ์" (ของฝากอันล้ำค่าและความรับผิดชอบ) และความสำคัญของการคุ้มครองเด็กตามหลักเจตนารมณ์แห่งศาสนบัญญัติ (มะกอศิด อัชชะรีอะฮ์)
  • การลดความเสี่ยงและการวินัยเชิงบวก: ทำความเข้าใจประเภทความรุนแรงและการละเมิดเด็ก พร้อมแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยความเมตตาแทนการลงโทษทางกาย
  • ยุทธศาสตร์ “บ-ร-ม” (บ้าน-โรงเรียน-มัสยิด): การเชื่อมโยงสถาบันเพื่อสร้างระบบนิเวศทางสังคมที่คุ้มครองเด็กอย่างรัดกุม
  • แนวปฏิบัติและมาตรการเชิงองค์กร: ขั้นตอนการตั้งคณะทำงาน การจัดทำนโยบายคุ้มครองเด็ก ประมวลความประพฤติ การคัดกรองบุคลากร ตลอดจนขั้นตอนการส่งต่อเมื่อพบเหตุละเมิด

คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นโดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีเครื่องมือ ประเมินตนเอง และตัวอย่างแบบฟอร์มปฏิบัติงานจริง เหมาะสำหรับผู้นำศาสนา คณะกรรมการมัสยิด ผู้บริหาร ครู และผู้สนใจทั่วไป

[คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม PDF]

สรุปรายงานเวทีศาสนากับการคุ้มครองเด็ก

ปกรายงานสรุปเวทีเสวนาศาสนากับการคุ้มครองเด็ก

ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมเรียนรู้และดาวน์โหลดรายงานสรุปเวทีเสวนา "ศาสนากับการคุ้มครองเด็ก" ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเทศไทย เพื่อแสวงหาแนวทางส่งเสริมสิทธิและการคุ้มครองเด็ก ผ่านการขับเคลื่อนพลังคำสอนและบทบาทของสถาบันศาสนา

สาระสำคัญภายในเอกสาร:

  • มุมมองศาสนธรรมกับการคุ้มครองเด็ก: ปาฐกถาพิเศษจากผู้แทนศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์ ในการนำหลักธรรมมาเป็นเกราะคุ้มครองเด็ก
  • การเสวนา "จากหลักการสู่การปฏิบัติ": บทบาทของชุมชนศาสนา ความท้าทายเรื่องเด็กไร้รัฐ/ไร้สัญชาติ ความรุนแรงในครอบครัว และการผสานความร่วมมือข้ามศาสนา
  • กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4 ด้าน: การเรียนรู้ที่ปลอดภัย (Safe to Learn), ครอบครัวเข้มแข็ง, การช่วยเหลือเด็กในบริบทอพยพโยกย้ายถิ่นฐาน และสุขภาพจิตเด็กกับผู้แวดล้อม
  • 6 ข้อเสนอเชิงนโยบาย: การยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองเด็กในศาสนสถาน การพัฒนาศักยภาพผู้นำศาสนาในฐานะกลไกด่านหน้า และการคุ้มครองเด็กกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน
[คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม PDF]

แหล่งข้อมูลเพื่อการคุ้มครองเด็ก

หมวดหมู่ปกชื่อหนังสือ/เอกสารเนื้อหาโดยสังเขป
1. สิทธิและการปกป้องคุ้มครองเด็ก 1. สิทธิและการปกป้องคุ้มครองเด็ก ปก แนวทางดูแลเด็กในช่วงที่มีความขัดแย้ง แนวทางดูแลเด็กในช่วงที่มีความขัดแย้ง เอกสารนำเสนอแนวทางสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ดูแล ในการช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยแนะนำให้ผู้ใหญ่ให้เวลาและความมั่นคงทางใจ รักษากิจวัตรที่คุ้นเคย เปิดโอกาสให้เด็กถ่ายทอดความรู้สึกผ่านการพูดคุย การเล่น หรือศิลปะ และจำกัดการรับชมข่าวความรุนแรง นอกจากนี้ ยังระบุสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง เช่น การกินหรือนอนผิดปกติ การแยกตัว ความกลัวการพลัดพราก และพฤติกรรมถดถอย พร้อมตัวอย่างการพูดคุยกับเด็กเมื่อต้องย้ายที่อยู่ แยกจากครอบครัว หรือสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก โดยเน้นการให้ข้อมูลตามจริงอย่างเหมาะสมกับวัย
2. การพัฒนาและดูแลเด็กปฐมวัย 2. การพัฒนาและดูแลเด็กปฐมวัย ปก คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 1 สมองกับการเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 1 สมองกับการเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย คู่มือให้ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการสมองตั้งแต่ก่อนเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ สภาพแวดล้อม และการเรียนรู้ รวมถึงทักษะสมองเพื่อการจัดการชีวิต หรือ Executive Function: EF เช่น การจดจ่อ การควบคุมอารมณ์ การยืดหยุ่นทางความคิด และการวางแผน เนื้อหาเน้นการส่งเสริมพัฒนาการผ่านการเล่นและการลงมือทำในบรรยากาศที่อบอุ่น ปลอดภัย และเหมาะสมตามวัย โดยไม่เร่งให้เด็กอ่านหรือเขียนก่อนวัย
2. การพัฒนาและดูแลเด็กปฐมวัย ปก คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 2 สมรรถนะของเด็กปฐมวัย คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 2 สมรรถนะของเด็กปฐมวัย คู่มือนำเสนอสมรรถนะของเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี ครอบคลุมด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ภาษา จริยธรรม และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเชื่อมโยงกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และแนวทางเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย อีกส่วนหนึ่งกล่าวถึงอาหารและโภชนาการ การจัดรายการอาหาร และการติดตามการเจริญเติบโต คู่มือเน้นว่าการสังเกตสมรรถนะไม่ใช่การตัดสินว่าเด็กผ่านหรือไม่ผ่าน แต่เป็นข้อมูลสำหรับออกแบบการดูแลและส่งเสริมเด็กแต่ละคน
2. การพัฒนาและดูแลเด็กปฐมวัย ปก คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 3 การจัดการชั้นเรียนของครูปฐมวัย คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 3 การจัดการชั้นเรียนของครูปฐมวัย คู่มือนำเสนอแนวทางจัดการชั้นเรียนปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบแผนและกิจกรรม การจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน การสร้างวินัยและข้อตกลงร่วมกัน ไปจนถึงการติดตามและประเมินพัฒนาการของเด็ก เนื้อหาให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผ่านการเล่น ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ตรง เพื่อให้ชั้นเรียนเป็นพื้นที่ที่อบอุ่น ปลอดภัย และตอบสนองต่อความต้องการของเด็กแต่ละคน
2. การพัฒนาและดูแลเด็กปฐมวัย ปก คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 4 การสร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อดูแลเด็กปฐมวัย คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 4 การสร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อดูแลเด็กปฐมวัย คู่มือมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างครู ผู้ดูแลเด็ก ครอบครัว และภาคีในชุมชน เพื่อร่วมกันส่งเสริมพัฒนาการและปกป้องคุ้มครองเด็กปฐมวัย เนื้อหาครอบคลุมการรายงานพัฒนาการแก่ผู้ปกครอง และการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ หรือ PLC นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางเยี่ยมบ้าน การป้องกันความรุนแรง การช่วยเหลือรายกรณี การส่งต่อ และกิจกรรมสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิเด็ก เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและรอบด้าน
2. การพัฒนาและดูแลเด็กปฐมวัย ปก คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 5 การเตรียมความพร้อมในการสื่อสารของครู คู่มือครูปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม: โมดูลที่ 5 การเตรียมความพร้อมในการสื่อสารของครู คู่มือพัฒนาทักษะการสื่อสารของครูในการทำงานกับเด็กและผู้ปกครอง โดยส่งเสริมบทบาทของครูในฐานะ “ครูเอื้อ” หรือวิทยากรกระบวนการที่รับฟัง ตั้งคำถาม สร้างพื้นที่ปลอดภัย และสนับสนุนการเรียนรู้ร่วมกัน เนื้อหายังมีเทคนิคเตรียมเด็กให้พร้อมก่อนเรียน แนวทางสื่อสารเชิงบวก และกิจกรรมที่ช่วยให้ครูและผู้ปกครองทบทวนวิธีสื่อสารและการใช้อำนาจต่อเด็ก พร้อมเชื่อมโยงกับกรอบการดูแลอย่างเอาใจใส่เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยรอบด้าน หรือ Nurturing Care
3. ความปลอดภัยและการคุ้มครองเด็กออนไลน์ 3. ความปลอดภัยและการคุ้มครองเด็กออนไลน์ ปก แนวทางการคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 แนวทางการคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครอง ดูแล และช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยออนไลน์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื้อหาอธิบายรูปแบบของภัยออนไลน์ที่สำคัญ ได้แก่ สื่อลามกอนาจารเด็ก การกลั่นแกล้งออนไลน์ การล่อลวงเด็กเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศหรือออนไลน์กรูมมิ่ง การข่มขู่ด้วยภาพหรือข้อมูลทางเพศ และการกระทำที่อาจเชื่อมโยงกับความรุนแรงต่อเด็กในโลกจริง พร้อมอธิบายสถานะและสิทธิของเด็กทั้งในกรณีที่เด็กเป็นผู้ถูกกระทำและกรณีที่เด็กมีส่วนกระทำความผิด โดยยึดประโยชน์สูงสุดและการไม่ทำให้เด็กได้รับบาดแผลซ้ำเป็นหลักสำคัญ
3. ความปลอดภัยและการคุ้มครองเด็กออนไลน์ ปก คู่มือ Online Safety: ความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในโลกออนไลน์ คู่มือ Online Safety: ความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในโลกออนไลน์ คู่มือฉบับนี้นำเสนอความรู้เรื่องความปลอดภัยออนไลน์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและภาพประกอบที่เป็นมิตรกับเด็กและเยาวชน จัดทำขึ้นเพื่อให้เด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง และครูสามารถรับมือกับความเสี่ยงในโลกดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม เนื้อหาครอบคลุมหลักการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล การตั้งรหัสผ่าน การระมัดระวังสิ่งที่โพสต์หรือส่งต่อ ตลอดจนภัยสำคัญที่เด็กและเยาวชนอาจเผชิญ เช่น การกลั่นแกล้งออนไลน์ การล่อลวงเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศหรือออนไลน์กรูมมิ่ง การหลอกลวงทางออนไลน์ และความรุนแรงที่เกิดหรือเผยแพร่ผ่านสื่อดิจิทัล พร้อมอธิบายผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ การเรียน และความปลอดภัยในชีวิตจริง
4. สิทธิเด็กกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม 4. สิทธิเด็กกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปก Between Generations, One Planet: A Landscape Analysis of Youth Climate and Environmental Action in Thailand Between Generations, One Planet: A Landscape Analysis of Youth Climate and Environmental Action in Thailand รายงานฉบับนี้นำเสนอภาพรวมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการขับเคลื่อนงานด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย โดยสำรวจองค์กรที่นำโดยเยาวชนมากกว่า 110 องค์กร และองค์กรที่ทำงานสนับสนุนเยาวชนอีก 19 องค์กร ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความรู้เท่าทันด้านสภาพภูมิอากาศ การรณรงค์เชิงนโยบาย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการดำเนินงานร่วมกับชุมชน รายงานสะท้อนว่า แม้เยาวชนจะมีพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา แต่ยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน เช่น การขาดช่องทางเข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบาย งบประมาณที่ไม่ต่อเนื่อง ขั้นตอนทางราชการที่ซับซ้อน และความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน เยาวชนในชนบท กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มชายขอบยังมีโอกาสเข้าร่วมน้อยกว่าเยาวชนในเขตเมือง
4. สิทธิเด็กกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปก คู่มือกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ คู่มือกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ คู่มือฉบับนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางสำหรับครูและผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ในการบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่การเรียนการสอนอย่างเหมาะสมกับวัย คู่มือเริ่มต้นด้วยความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาทั้งสอง ก่อนนำไปสู่กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกที่ออกแบบสำหรับนักเรียน 4 ระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษาตอนต้นจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย กิจกรรมชวนผู้เรียนออกไปสำรวจธรรมชาติ สังเกตสิ่งมีชีวิต วิเคราะห์สายใยอาหาร ทำความเข้าใจผลกระทบจากภาวะโลกเดือด สำรวจอาหารและอาชีพในท้องถิ่น ตลอดจนร่วมออกแบบเมืองที่น่าอยู่
4. สิทธิเด็กกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปก การสำรวจประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความช่วยเหลือที่โรงเรียนต้องการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 การสำรวจประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความช่วยเหลือที่โรงเรียนต้องการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รายงานนำเสนอผลสำรวจโรงเรียน 329 แห่งใน 14 จังหวัด ครอบคลุมทั้งโรงเรียนทั่วไปและโรงเรียนเฉพาะความพิการ โดยพบว่าทุกโรงเรียนเคยเผชิญสภาพอากาศรุนแรงในช่วงสามปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพายุ ฝนตกหนัก และน้ำท่วม ผลกระทบสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึงสาธารณูปโภคและบริการพื้นฐาน สุขภาพของนักเรียน และความเสียหายต่ออาคารสถานที่ ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งของโรงเรียนไม่เคยได้รับความช่วยเหลือ แม้โรงเรียนส่วนใหญ่จะสอดแทรกเรื่องภาวะโลกร้อนในการเรียนการสอน แต่ครูกว่าร้อยละ 80 ยังไม่เคยผ่านการอบรมอย่างเป็นทางการ รายงานสะท้อนความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียน จัดทำสื่อและระบบแจ้งเตือนที่เข้าถึงได้ รวมถึงสนับสนุนโรงเรียนเฉพาะความพิการ เพื่อสร้างสถานศึกษาที่ปลอดภัยและพร้อมรับมือกับวิกฤตภูมิอากาศ
4. สิทธิเด็กกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปก Empowering Young People as Leaders in Local Climate Governance: A Playbook for Local Government
เสริมพลังเยาวชนในฐานะผู้นำด้านธรรมาภิบาลสภาพภูมิอากาศระดับท้องถิ่น: คู่มือสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น Empowering Young People as Leaders in Local Climate Governance: A Playbook for Local Government
เสริมพลังเยาวชนในฐานะผู้นำด้านธรรมาภิบาลสภาพภูมิอากาศระดับท้องถิ่น: คู่มือสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
คู่มือสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมกับงานด้านสภาพภูมิอากาศและการจัดการภัยพิบัติในฐานะผู้ทรงสิทธิและหุ้นส่วนของชุมชน เนื้อหาพัฒนาจากโครงการนำร่องขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งสนับสนุนนักศึกษา 99 คนให้เรียนรู้ปัญหาสภาพภูมิอากาศและร่วมพัฒนาข้อเสนอแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพื่อนำเสนอต่อเทศบาลเมืองวารินชำราบ คู่มือนำเสนอกระบวนการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่น การพัฒนาศักยภาพเยาวชน การเปิดพื้นที่นำเสนอข้อเสนอต่อผู้กำหนดนโยบาย และการติดตามผล เพื่อเชื่อมเสียงของเยาวชนเข้าสู่แผนงานและการปฏิบัติจริง
4. สิทธิเด็กกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปก Empowering Young People as Leaders in Local Climate Governance: A University Playbook
เสริมพลังเยาวชนในฐานะผู้นำด้านธรรมาภิบาลสภาพภูมิอากาศระดับท้องถิ่น: คู่มือสำหรับมหาวิทยาลัย Empowering Young People as Leaders in Local Climate Governance: A University Playbook
เสริมพลังเยาวชนในฐานะผู้นำด้านธรรมาภิบาลสภาพภูมิอากาศระดับท้องถิ่น: คู่มือสำหรับมหาวิทยาลัย
คู่มือนำเสนอแนวทางบูรณาการธรรมาภิบาลสภาพภูมิอากาศ การมีส่วนร่วมของเยาวชน และการแก้ไขปัญหาชุมชนเข้าสู่การเรียนการสอนหรือโครงการบริการวิชาการ เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้ผ่านโจทย์จริงในพื้นที่ เนื้อหาพัฒนาจากโครงการนำร่องขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งสนับสนุนนักศึกษา 99 คนให้ศึกษาปัญหาน้ำท่วม รับฟังชุมชน และพัฒนาข้อเสนอต่อเทศบาลเมืองวารินชำราบ คู่มือเสนอกระบวนการ 5 ขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนภายในมหาวิทยาลัย การประสานท้องถิ่น การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา การนำเสนอข้อเสนอ และการติดตามผล โดยสามารถบูรณาการในรายวิชาเดิมหรือพัฒนาเป็นรายวิชาและโครงการเฉพาะได้
5. ระบบคุ้มครองทางสังคมและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ 5. ระบบคุ้มครองทางสังคมและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ ปก การประเมินกำลังคนผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมของประเทศไทย การประเมินกำลังคนผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมของประเทศไทย รายงานประเมินสถานการณ์กำลังคนด้านสังคมของประเทศไทย ครอบคลุมผู้ปฏิบัติงานสายวิชาชีพ ผู้ปฏิบัติงานกึ่งวิชาชีพ และอาสาสมัครในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยวิเคราะห์จำนวน การกระจายตัว ภาระงาน การพัฒนาวิชาชีพ การนิเทศ และโครงสร้างการบริหารกำลังคน ผลการประเมินพบว่า ประเทศไทยยังขาดระบบข้อมูลและการวางแผนกำลังคนที่เป็นเอกภาพ และยังไม่มีอัตราส่วนมาตรฐานระดับชาติ ปัจจุบันมีผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต 3,351 คน หรือประมาณ 5 คนต่อประชากร 100,000 คน อีกทั้งบุคลากรยังกระจุกตัวในส่วนกลาง ทำให้หลายพื้นที่ต้องพึ่งพาผู้ปฏิบัติงานกึ่งวิชาชีพและอาสาสมัครเพื่อเติมเต็มช่องว่างของบริการ
5. ระบบคุ้มครองทางสังคมและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ ปก เครื่องมือสำหรับนักลงทุนว่าด้วยการผนวกเรื่องสิทธิเด็กเข้ากับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เครื่องมือสำหรับนักลงทุนว่าด้วยการผนวกเรื่องสิทธิเด็กเข้ากับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เครื่องมือฉบับนี้จัดทำเพื่อสนับสนุนนักลงทุน ผู้จัดการกองทุน และนักวิเคราะห์ ESG ให้สามารถประเมินผลกระทบของธุรกิจต่อเด็กได้ครอบคลุมมากกว่าประเด็นแรงงานเด็ก โดยตั้งอยู่บนหลักการว่า เด็กเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธุรกิจในหลายสถานะ ทั้งในฐานะสมาชิกครอบครัวของลูกจ้าง ผู้บริโภคสินค้าและบริการ ผู้ใช้เทคโนโลยี และสมาชิกของชุมชนที่ธุรกิจเข้าไปดำเนินงาน เครื่องมือแบ่งเป็นสามส่วน ได้แก่ การประเมินประเด็นสิทธิเด็กที่มีความเสี่ยงสูงและเป็นสาระสำคัญ การใช้ตัวชี้วัดเพื่อประเมินการบริหารผลกระทบต่อเด็กของกิจการ และแนวทางรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่นโยบายและธรรมาภิบาล สภาพการทำงานที่เป็นมิตรต่อครอบครัว ความปลอดภัยของสินค้าและบริการ การตลาดต่อเด็ก ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยออนไลน์ ไปจนถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ความเป็นมาของการขับเคลื่อนงานด้านศาสนากับการคุ้มครองเด็ก

วันที่เหตุการณ์ภาคส่วน/หน่วยงาน
3 ตุลาคม 2569พิธีเปิดตัว “แนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสิทธิและปกป้องคุ้มครองเด็กตามแนวทางอิสลาม สำหรับมัสยิดและสถานศึกษาอิสลาม”ศาสนาอิสลาม
31 กรกฎาคม 2569พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อจัดตั้งคณะทำงานด้านการขับเคลื่อนคริสตจักรด้านพันธกิจเด็กและครอบครัว ระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนคริสเตียนศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์
28 เมษายน 2569สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย มีประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
5 กุมภาพันธ์ 2569เวทีเสวนาศาสนากับการคุ้มครองเด็ก ณ มหาวิทยาลัยมหิดลคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล
24–25 กรกฎาคม 2568สัมมนาวิชาการระดับภูมิภาคว่าด้วยการคุ้มครองเด็กในชุมชนพุทธศาสนา ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอกศาสนาพุทธ
29 พฤษภาคม 2568คณะทำงานเข้าพบพระราชปัญญาวชิรากร เลขานุการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามศาสนาพุทธ
30 ตุลาคม 2567Global Network of Religions for Children (GNRC) จัดการประชุมเพื่อริเริ่มการจัดตั้งเครือข่ายศาสนาเพื่อการคุ้มครองเด็กแห่งประเทศไทยเครือข่ายศาสนาระหว่างประเทศ
10–11 กรกฎาคม และ 21–22 สิงหาคม 2567การอบรมการตัรบียะฮ์เด็กและเยาวชนเพื่อความปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีศาสนาอิสลาม
22 พฤศจิกายน 2565เสวนาออนไลน์ "ศาสนากับการคุ้มครองเด็ก" ครั้งที่ 2 โดยมีผู้ปฏิบัติงานจาก 3 ศาสนา ร่วมสะท้อนความท้าทายและโอกาสของภาคศาสนาในการคุ้มครองเด็กคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล
22 กันยายน 2565เสวนาออนไลน์ "ศาสนากับการคุ้มครองเด็ก" ครั้งที่ 1 พร้อมปาฐกถาพิเศษโดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิทิต มันตาภรณ์ และการเสวนาของผู้นำศาสนาว่าด้วยบทบาทและประสบการณ์ขององค์กรด้านศาสนาในการคุ้มครองเด็กคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล